Tag เรียนนิเทศศิลป์...อย่างคนมีกึ๋น
posted on 03 Oct 2008 23:38 by darknez
กติกา:
1. copy กติกาของแท็กคนมีกึ๋นไปใส่ไว้ในเอ็นทรี่
2. ตั้งชื่อเอ็นทรี่เป็น "Tag เรียน....อย่างคนมีกึ๋น" <-- ใส่ชื่อคณะหรือเอกที่คุณเรียนลงไป
3. ตอบคำถาม 5 ข้อต่อไปนี้
- ตอนนี้กำลังเรียนคณะอะไร สาขาอะไรอยู่?
- สาขาที่เรียน เรียนยังไง เรียนอะไรบ้าง?
- สาขาที่เรียนเอาไปใช้ทำอะไรได้บ้าง?
- บอกเคล็ดลับการเรียนในสาขานี้อย่างคนมีกึ๋นมา 1 ข้อ
- อยากบอกน้องๆ ที่จะเลือกคณะนี้ว่า??
4. พิมพ์ชื่อ Tags ให้ไปอยู่ในหมวดหมู่ของคณะตัวเอง เช่น มนุษยศาสตร์ นิติศาสตร์ ฯลฯ
รวมถึงหมวดหมู่ Admission เพื่อให้น้องๆ ที่กำลังจะสอบเข้ามหาวิทยาลัย
ได้เข้าไปเลือกอ่านได้ตามความสนใจ จากนั้นอย่าลืม.. ส่ง tag ต่อ
.
เกริ่นนำ..
เห็นtagนี้ตั้งแต่เมื่อวาน..อยากทำแต่อายกลัวโชว์โง่
ตอนนี้เลิกอาย..โชว์กึ๋น((น้อยๆ))ไปเลยดีฝ่า 55
..ก็ลองอดทนอ่านๆกันดูเน่อ
- ตอนนี้กำลังเรียนคณะอะไร สาขาอะไรอยู่?
เรียนคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สาขานิเทศศิลป์ อ่ะ..งงอ่ะดิ
สถาปัตย์ที่นี่ทำไมมีเรียนนิเทศศิลป์ด้วย(วะ)
เล่าคร่าวๆเท่าที่รู้ เขารวบคณะมาไว้ด้วยกันเมื่อนานมาแล้ว
สถาปัตย์ ลาดกระบัง แบ่งออกมา 5 ภาควิชา คือ
สถาปัตยกรรม สถาปัตยกรรมภายใน ศิลปะอุตสาหกรรม
นิเทศศิลป์ และวิจิตรศิลป์ นะจ๊ะ
- สาขาที่เรียน เรียนยังไง เรียนอะไรบ้าง?
เรียนยังไง..เรียนออกแบบพวกสิ่งพิมพ์แทบทุกสิ่งอย่างที่เป็นสื่อทั่วไป
ไม่ว่าจะเป็นนามบัตร ยันป้ายบิลบอร์ดขนาดยักษ์ หรือสิ่งพิมพ์ที่เห็นรอบๆตัว
.
เรียนอะไรบ้าง..เอาคร่าวๆละกันนะ
ปี 1 - Drawing - Painting มาเป็นแพคเกจคู่อย่างละเทอม
Fundamental of Graphic Design 1 & 2 อย่างละเทอมเช่นกัน
Computer Graphic 1 หรือบางปีอาจมี 2 ด้วย
FUNDAMENTALS OF PHOTOGRAPHY เทอม 1
FUNDAMENTALS OF FILM AND VIDEO เทอม 2
วิชาเลือกนอกคณะ พวกภาษาอังกฤษ ภาษไทย สุนทรียศาสตร์
หลักๆก็จะเป็นพื้นฐานของแต่ละสาขาของนิเทศศิลป์อีกที
แล้วเรียนเพื่ออะไร? ตอบแบบโง่ๆก็เรียนเพื่อให้รู้
เพื่อนำไปประยุกต์ใช้กับงานของเราได้ แล้วก็ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน
เพราะมันต้องพึ่งพากันอยู่ในภาควิชาเนี่ยแหละ จะให้ใครช่วยล่ะ?
แต่นิเทศศิลป์นี่ส่วนใหญ่ก็ืำทำงานคนเดียว ปล่าวเปลี่ยวใจ..กระซิก..
ความจริงคือ ถ้ามันทำหลายคนมันจะตีกันตายน่ะ
เพราะส่วนใหญ่มันเป็นงานใช้ไอเดียนะจ๊ะ
หลายหัวความคิดมันขัดแย้งกันงานออกมาก็จะไม่ไปในทิศทางเดียวกัน
ผิดกับฟิล์ม หรือโฟโต้ ที่สามารถช่วยเหลือกันได้
เพราะสามารถแบ่งหน้าที่กันทำได้อย่างชัดเจนล่ะนะ
ปี 2 - SCULPTURE AND PRINTMAKING - งานปั้น และภาพพิมพ์
TYPOGRAPHIC DESIGN -งานเกี่ยวกับฟ้อนท์ ตัวหนังสือ
การทำงานดีไซน์เีกี่ยวกับการใช้ text ในรูปแบบต่างๆ
GRAPHIC DESIGN 1&2 - อันนี้เรียนให้คิดงานเป็น
ไอเดียที่ใส่ลงไปในงาน ไม่เน้นสไตล์ไอเดียล้วน
SURVEY OF ART HISTORY - ประวัติศาสตร์ศิลป์คร่าวๆ
ไม่เจาะลึกมากนัก เีรียนให้รู้ว่ายุคไหนแบ่งเป็นอะไร มีจุดเด่นยังไง
วิชาเลือกก็จะเป็นออกแบบอีเวนท์ แล้วก็วิชานอกคณะแต่ก็จำเป็น
อย่างการใช้ภาษาเพื่อการสื่อสาร แล้วก็วิชาการตลาด
วิชาในปีสองก็จะลงลึกไปมากขึ้นอีกหน่อย
เริ่มมีโปรเจ็คเล็กๆที่เป็นคะแนนแล้วล่ะ
ปี 3 ...แหะ..ที่เรากำลังเรียนอยู่นี่แล
PUBLICATION DESIGN - แปลตามตัวก็สื่อสิ่งพิมพ์สาธารณะ
เน้นหนักไปในเรื่องนิตยสาร การวางlayout ระบบพิมพ์ และการเข้าเล่ม
COPY WRITING - อ่า..อธิบายไงดีหว่า เอาเป็นว่าถ้าโฆษณามีภาพ
ถ้าไม่มีคำพูดประกอบ ก็อาจจะไม่สมบูรณ์ เป็นวิชาคล้ายๆกับกราฟฟิกดีไซน์
ตอนปี 2 แต่เน้นเป็นประโยคที่บ่งบอกคอนเซปต์ และภาพลักษณ์ให้ชัดเจนขึ้น
ILLUSTRATION DESIGN - วิชาภาพประกอบ
PACKAGING DESIGN - วิชาออกแบบบรรจุภัณฑ์
WEBSITE DESIGN - ออกแบบเวบ
แล้วก็วิชาเลือกนอกคณะ เป็นวิชาจิตวิทยาทั่วไป
พูดถึงวิชาเรียนปี3 เนี่ยก็จะเริ่มเจาะเป็นงานที่เห็นชัดเจนขึ้น
แล้วก็หนักขึ้นด้วยไปอีกหลายเท่าตัว เพราะแต่ละวิชาก็จะมี
งานออกมาเป็นชิ้นๆ เป็นขั้นตอนไปอีก ต้องใช้ความถึกพอดู
.
- สาขาที่เรียนเอาไปใช้ทำอะไรได้บ้าง ?
มันก็ได้หลากหลายเลยล่ะนะ
เพราะแต่ละวิชาเนี่ยมันก็เหมือนแยกเป็นสายอาชีพไปเลย
ใครถนัดอันไหนเป็นพิเศษก็สามารถเอาไปใช้ทำงานได้จริง
ไม่ก็ประยุกต์ใช้กับอาชีพอื่นๆได้อีกล้านแปด
แล้วแต่ความคิดสร้างสรรค์ กับโอกาสที่จะเอาไปใช้ด้วย
.
- บอกเคล็ดลับการเรียนในสาขานี้อย่างคนมีกึ๋นมา 1 ข้อ
ต้องถึก และขยัน เป็นสิ่งสำคัญเลย
คุณทำงานไม่โดดเด่น ไม่แนว ไม่อาร์ต แต่คุณขยันถือว่าเป็นกำไรนะ
เพราะคุณขยันขวนขวาย พัฒนาตัวเองไปเรื่อยๆ
สุดท้ายงานของคุณมันจะโดดเด่นออกมาเอง
มันเหมือนกับค่อยๆศึกษาตัวเองไปเรื่อยๆ สไตล์ของเรามันจะออกมาเอง
อย่ายึดติดกับอีโก้กับตัวเองมาก..อันนี้ไม่ใช่แนวกู กูไม่ทำ
มันก็ไม่เจริญหรอก มันก็อยู่กับตัวเองแบบเดิมๆ ไ่ม่เปิด ไม่เปลี่ยนแปลง
เฟลได้ เฝดได้ แต่ต้องถีบตัวเองออกมาให้ได้.. อะไรผ่านไปแล้วให้มันผ่าน
เริ่มใหม่ได้เสมอ สปอยล์ตัวเองด้วยหนังดีๆ เพลงหลายๆแนว
แล้วสมองมันจะได้ไม่ตีบ เคยฟังฮิปฮอป ก็ลองมาฟังแจ๊ส ฟังลูกทุ่งบ้าง
เปิดหูเปิดตาตัวเองเยอะๆ อย่าอุดอู้มู่ทู่อยู่แต่ในหอ..สมองมันจะตีบตัน
หาอาหารตา อาหารสมองใส่ตัวเยอะๆ แล้วไอเดียจะไหลออกมาเอง
.
- อยากบอกน้องๆ ที่จะเลือกคณะนี้ว่า??
ความรักในศิลปะ และความอดทนเป็นสิ่งที่สำคัญ
พื้นฐานศิลปะก็เป็นสิ่งจำเป็นเลยนะที่น้องๆจะต้องเรียนรู้เอาไว้ก่อนที่จะมาเรียน
หาที่ติวเอาไว้เนิ่นๆเป็นเรื่องที่ดี จะได้มีเวลาตัดสินใจเลือกได้
เพราะบางคนไปติวเอาซะม.5เทอม2 มันไม่ทันแน่ๆ
ลองติวตอน ม.3 - ม.4 ถ้าไม่ชอบจะได้หันเหไปทางอื่นได้ทัน
หลายคนอาจดูถูกเด็กที่เรียนสายศิลปะว่าด้อยกว่าเรียนสายอื่น
แต่มันก็ใช้สมองกลั่นกรองความคิดออกมาไม่แตกต่างกันหรอก
จริงๆแล้วเรียนดีไซน์เนี่ยมันได้เปิดโลกทัศน์หลายๆอย่าง
ถ้าอยู่ในโลกแคบๆ ความคิดมันก็ไม่ไปไหน ไม่ได้สร้างสรรค์
บางคนอาจบอกว่า..มีตังค์ก็เรียนได้วะ..เรียนแบบนี้แม่งแนวดี..ติสท์ดีว่ะ
ก็จริง..เผลอๆใช้ตังค์เยอะด้วยในการทำโปรเจ็คตัวนึงเนี่ย
ถามว่าคุณมีตังค์ มีคอมแพงๆสเปคสูงๆ มีออพชั่นแพรวพราว
แต่คุณไม่มีใจรัก ไม่รับผิดชอบ ทำตัวติสแดก ทำตัวแนวไปวันๆ
มันก็ไม่มีประโยชน์อะไรที่คุณจะมาเรียน
ทำตัวแนวใครก็ทำได้..เปิดนิตยสารแนวๆแล้วแต่งตัวไปเดินห้าง
คนอาจมองว่าคุณแนว แต่สมองกลวง แลดูไร้สาระ
แต่ถ้าคุณมีใจรัก ขยันสร้างสรรค์ ใช้แรงบันดาลใจให้ออกมาเป็นงานเจ๋งๆ
นั่นมันน่ายอมรับว่า"แนว"มากกว่าอีก
ลองคิดดูดีๆในการเลือกที่จะเรียน ไม่ว่าคณะไหนก็ตามแต่
ถ้าคุณรักและปรารถนาจะเรียน เรียนไปเหอะ เรียนให้ได้ความรู้
แล้วทำประโยชน์ให้ตัวเองได้ก็โอเคแล้ว
.
อ่า..เป็นการอัพแบบมีสาระสุดๆก็เอนทรี่นี้ล่ะนะ
tag ต่อให้ทุกคนที่อยากทำนะจ๊ะ
edit @ 4 Oct 2008 03:03:16 by [PiNPiN]
edit @ 5 Feb 2009 07:56:26 by [PiNPiN]
#1 By [NuttO] on 2008-10-04 08:51